ค่ายชวนน้องใต้ขึ้นดอยดูดาว ครั้งที่ ๒

        กิจกรรมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2556  ภายใต้ความร่วมมือของ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , สายการบินแอร์เอเชีย และบริษัทวิชาการดอทคอม เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนในภาคใต้ตอนล่างและเยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ด้านดาราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ อีกทั้งได้รับความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้กล้องโทรทรรศน์และเครื่องมือทางดาราศาสตร์อื่นๆ ณ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ  จังหวัดเชียงใหม่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

          วันที่ 30 ตุลาคม 2556  น้อง ๆ เยาวชนจากภาคใต้ได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยสายการบินแอร์เอเชีย  เที่ยวบินที่  FD3065  ออกเดินทางเวลา  11.55 น. ถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ เวลาประมาณ 14.00 น.  หลังจากนั้นจึงพาน้อง ๆ ขึ้นรถตู้  เพื่อเดินทางมุ่งสู่พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ ๑ (ฝาง) อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

page1 น้องๆ เดินทางมาถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยสายการบินแอร์เอเชีย

          ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ก็มาถึง "ชุมชนบ้านยาง" และก็ได้เวลารับประทานอาหารเย็นพอดี โดยเมนูเด่นของวันนี้ก็คือ "สุกี้ยูนนาน 10 ชั้น" อาหารขึ้นชื่อของชาวจีนยูนนาน ที่พักอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้ ที่มาของชื่อ สุกี้ยูนนาน 10 ชั้น มาจาก เครื่องปรุงภายในหม้อที่จะะประกอบไปด้วยเครื่องปรุง 10 อย่าง จัดวางเป็นชั้นรวมทั้งสิ้น 10 ชั้น เริ่มจากชั้นล่างคือ ผักกาดเขียวปลี ที่แม้จะเป็นผักสุกง่าย แต่ใส่ลงไปก่อนเพื่อให้ได้กลิ่นหอมของผัก, ไก่กระดูกดำ ที่ดำถึงกระดูก, เผือก, ฟองเต้าหู้, ไข่ม้วน, เห็ดหอม, สาหร่าย,หน่อไม้แห้ง, แฮมยูนนานหรือลูกชิ้นของชาวจีนยูนนาน โดยหมูชุบแป้งมันทอด และหมูบดผสมเครื่องเทศที่ปั้นเป็นก้อนกลม ซึ่งเทคนิคการกินต้องกินเป็นชั้น ๆ จนไปถึงชั้นล่าง เพื่อจะได้ลิ้มรสเครื่องปรุงครบทุกชนิด

page2 อาหารมื้อเย็น และสุกี้ยูนนาน 10 ชั้น

          หลังจากน้อง ๆ รับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยจนอิ่มหนำสำราญกันแล้ว คุณกษิดิศ รัตนโอภาส ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์ฯ หรือ พี่อิ๊ก ก็ได้แนะนำให้น้อง ๆ รู้จักกับทีมงาน ทั้งทีมงานจากพิพิธภัณฑ์ฯ ทีมงานจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และทีมงานวิชาการดอทคอม หลังจากทำความรู้จักกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พี่อิ๊กก็ได้จัดเตรียมการแสดงท้องถิ่นไว้ให้น้อง ๆ ได้รับชม เป็นการละเล่นท้องถิ่นของชุมชนบ้านยาง ที่เรียกว่า "ต้าโก"..  เป็นการละเล่นที่หาชมได้ยากในสมัยปัจจุบัน ถือว่าเป็นโชคดีของน้อง ๆ ที่ได้รับชม การละเล่นนี้จะมีท่าเต้นประกอบ ซึ่งน้อง ๆ เยาวชนจากภาคใต้ก็ได้ร่วมเต้นไปกับผู้ที่มาโชว์การแสดงอย่างสนุกสนานด้วย

page3

page4 น้องๆ ร่วมเต้น การละเล่นท้องถิ่น "ต้าโก"

          หลังจากผ่านค่ำคืนที่สนุกสนานแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้นน้อง ๆ ก็ได้เดินเยี่ยมชมชุมชนบ้านยาง เพื่อสัมผัสชีวิตวิถีชุมชน ความโดดเด่นของหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ใช่ความงดงามตระการตาของธรรมชาติ หากแต่เป็นความงดงามของวิถีชีวิตในชุมชนที่ผสมผสานวัฒนธรรมหลากหลาย ทั้งพุทธ มุสลิม และคริสต์ โดยอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และยังคงเอกลักษณ์ความเป็นชาวจีนยูนนานไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบจีน ภาษาที่ใช้ และอาหารการกิน นอกจากนี้ ยังเป็นความงดงามในความเรียบง่ายของวิถีชีวิตที่ดำเนินตามแนวพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และเปี่ยมล้นไปด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

page5

ช่วงเช้าน้องๆ เดินเยี่ยมชมหมู่บ้านยาง สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนหลายศาสนา

          เมื่อได้สัมผัสและเข้าใจถึงวิถึชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนบ้านยางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลำดับถัดไปน้อง ๆ ได้เข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์โครงการหลวงที่ ๑ (ฝาง)

page6

          พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ ๑ ตั้งอยู่ที่บ้านยาง หมู่ 12 ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งการเรียนรู้ในรูปแบบ พิพิธภัณฑ์มีชีวิต (Living SITE MUSEUM) เป็นพื้นที่ที่รวบรวมและนำเสนอองค์ความรู้ผ่านนิทรรศการ วัตถุสะสม หลักฐานทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้เชิงนิเวศน์ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมประเพณี เพื่อแสดงให้เห็นถึงกระบวนการการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศแบบบูรณาการของพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

page7page8

          ส่วนแรกของพิพิธภัณฑ์ฯ ที่น้อง ๆ ได้เข้าชม ก็คือ "กำเนิดโครงการหลวง" เป็นการจัดแสดงจุดเริ่มต้นของการ กำเนิดโครงการหลวง ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร สาเหตุในการพัฒนาพื้นที่จนกลายเป็นโครงการหลวงดังที่เห็นในปัจจุบัน ภายในห้องนี้จะจัดฉายหนังสั้นภาพขาว-ดำ บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนบ้านยาง และข้าวของ เครื่องใช้ที่ได้รับบริจาคมากมายจากชาวบ้านในชุมชน

page11

          ส่วนถัดไปจะเป็นการจัดแสดงพระราชวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ในการพัฒนาภาคเหนืออย่างยั่งยืน  และเรื่องราวของโครงการหลวงซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีที่นานาชาติยกย่อง พร้อมทั้งเข้าชมห้องแสดงหนังเงาที่เป็นการจำลองสภาพโรงงานชั่วคราว (Temporary Factory)  เมื่อปี  พ.ศ. 2515 พร้อมทั้งชมนิทรรศการภาพถ่ายชาติพันธุ์ นำเสนอเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) กับชุมชนบ้านยางและชาวไทยภูเขา ผ่านมุมมองของช่างภาพมืออาชีพได้แก่ นพดล ขาวสำอางค์ ชำนิ ทิพย์มณี และกรกฤช เจียรพินิจนันท์

page12

          ส่วนสุดท้ายของพิพิธภัณฑ์ ได้มีการฉายหนังสั้น โดยมีผู้ที่อยู่เหตุการณ์มาบอกเล่าความรู้สึกและเหตุการณ์ ณ ขณะที่โรงงานถูกน้ำป่าไหลเข้ามาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว อีกทั้งได้มีการนำภาพข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อปี ๒๕๔๙ ที่โรงงานได้ถูกน้ำป่าพัดเสียหายเกือบทั้งหมด และบางส่วนของเครื่องจักรที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติมาจัดแสดงภายใน บริเวณพิพิธภัณฑ์ 

           นอกจากนั้น น้อง ๆ ยังได้เดินไปชมในส่วนของโรงงานซึ่งมีการผลิตเครื่องกระป๋องบรรจุขวด, น้ำดื่ม, สตรอเบอรี่อบแห้ง และบ้านดิน ซึ่งน้อง ๆ ต่างได้รับความรู้ต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพระกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วิสัยทัศน์ รวมถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ 

 

page10

          จุดหมายต่อไปหลังจากการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ฯ ก็คือ "สวนสัตว์เชียงใหม่" สัตว์ที่โดดเด่นของสวนสัตว์เชียงใหม่ก็ไม่ใช่ใดอื่น นอกเสียจาก "หมีแพนด้า"  ช่วงช่วง และ หลินฮุ่ย ซึ่งน้อง ๆ ที่มาจากภาคใต้ได้ถ่ายรูปกับหมีแพนด้ากันอย่างสนุกสนาน

page13

          นอกจากนี้ ยังได้ไปเยี่ยมชมในส่วนของ "เชียงใหม่ ซู อควาเรียม" (Chiangmai Zoo Aquarium) สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำครบวงจร ด้วยอุโมงค์ใต้น้ำที่ยาวที่สุดในโลก จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำนานาชนิด ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม กว่า 250 สายพันธุ์ จำนวน กว่า 20,000 ตัว และยังมีสัตว์อื่นๆ อีกมากมายหลายชนิด ซึ่งน้อง ๆ ได้มีโอกาสชมการเลี้ยงอาหารปลากระเบนและเลี้ยงอาหารปลาคาร์ฟด้วยขวดนมอีกด้วย

page14

          ในการเยี่ยมชมสวนสัตว์เชียงใหม่ในครั้งนี้ น้องๆ ได้รับโอกาสพิเศษอีกอย่างหนึ่งก็คือ น้อง ๆ ได้มีโอกาสสัมผัส "หมีโคอาล่า" จากประเทศออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด และได้ความรู้ว่าจริง ๆ แล้ว "โคอาล่า" นั้นไม่ใช่สัตว์จำพวกหมี แต่เป็นสัตว์จำพวกเดียวกับจิงโจ้ ที่มีกระเป๋าหน้าท้อง

page15

          หลังจากเดินและนั่งรถชมสัตว์น้อยใหญ่กันจนร้อนและเหนื่อยแล้ว "สโนว์โดม" (snow dome) จึงเป็นจุดหมายถัดไปเพื่อคลายความร้อน ในสโนว์โดมแห่งนี้น้อง ๆ จะได้สัมผัสถึงความหนาวเย็นของขั้วโลกเหนือด้วยอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง -7 °C  นอกจากนี้ยังมี  Snow Ski Tube และอิกกรู  Igloo  (บ้านของชาวเอสกิโม) ซึ่งทำจากหิมะอัดเป็นก้อนแล้วก่อขึ้นรูป สามารถเข้าไปอาศัยเพื่อกันพายุหิมะและความเย็น ให้น้อง ๆ ได้เล่นสนุกพร้อมทั้งถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน

page16

          หลังจากเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว  พวกเราทีมงานและน้องทั้ง 20 คน  ได้เดินทางขึ้นไปยัง หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา  ซึ่งตั้งอยู่ ณ บริเวณสถานีทวนสัญญาณ ทีโอที (กม.44.4)  อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,457 เมตร 

page17

          หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษาแห่งนี้  นับเป็นพื้นที่ๆ มีภูมิประเทศและทัศนวิสัยที่ค่อนข้างเหมาะสมต่อการศึกษาและสังเกตการณ์ทาง ดาราศาสตร์   ซึ่งภายในได้ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร   พร้อมระบบโดมอัตโนมัติซึ่งนับเป็น  กล้องโทรทรรศน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหอดูดาวที่มีอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่มีความทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของ โลก ซึ่งน้อง ๆ ก็ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมภายในหอดูดาวแห่งนี้ที่บุคคลทั่วไปนั้นยากที่จะ เข้าชม และได้สอบถามการทำงานของเครื่องมือต่าง ๆ จากพี่ ๆ ทีมงานตามที่น้องสนใจอีกด้วย

page20

          ค่ำคืนแห่งการดูดาวจะสิ้นสุดลงไม่ได้เลยถ้าไม่ได้ดูดาวของจริง ค่ำคืนนี้แม้ฟ้าจะมีเมฆบดบังบ้าง และต้องเผชิญกับอากาศบนดอยที่อุณหภูมิประมาณ 10 องศา  แต่บนฟ้าก็ยังมีดาวมากมายให้น้อง ๆ ตื่นตาตื่นใจ โดยระหว่างการดูดาวนี้จะมีพี่ ๆ จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติคอยให้ความรู้และอธิบายถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการดูดาว  รวมถึงวิธีในการดูกลุ่มดาวและกาแล็กซี่ต่าง ๆ ทำให้น้อง ๆ มีโอกาสเห็นและรู้จักดวงดาวและกลุ่มดาวต่าง ๆ เห็นเนบิวล่า เห็นว่าดาวลูกไก่ไม่ได้มีแค่ 7 ดวง และเห็นดาวตกอีกด้วย และพี่ ๆ ทีมงานสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ยังเล่านิทานสนุก ๆ ให้น้อง ๆฟังเป็นนิทานตำนานกรีกที่เป็นชื่อของกลุ่มดาวต่าง ๆ ทำให้บรรยากาศการดูดาวนั้นเป็นไปด้วยความตื่นเต้นและสนุกสนาน

page18

          หลังจากค่ำคืนแห่งการดูดาวเสร็จสิ้นลงไปแล้ว  น้อง ๆ ทุกคนได้กลับไปเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย ณ บ้านพักทัศนาจร  ตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่  เพื่อเตรียมพร้อมเดินทางกลับสนามบินหาดใหญ่ในวันรุ่งขึ้น....  

page19

         "ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่มีวันเลิกรา"  และแล้ววันเสร็จสิ้นกิจกรรมค่ายชวนน้องภาคใต้  ขึ้นดอยดูดาว ครั้งที่ 2 ก็มาถึง....เช้าวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556  อากาศแจ่มใสเย็นสบาย  น้อง ๆ ทุกคนตื่นมารับประทานอาหารเช้า  และเดินทางมุ่งหน้าเดินทางสู่สนามบินเชียงใหม่เพื่อเดินทางกลับบ้าน

IMG_4637

         กิจกรรมค่ายชวนน้องภาคใต้ขึ้นดอยดูดาว  ครั้งที่ ๒   นอกจากน้อง ๆ จะได้รับความรู้จากการดูดาวไปอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว  ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนสามศาสนาที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขของชุมชนบ้านยาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่อีกด้วย  แต่สิ่งสำคัญอื่นนอกเหนือจากนี้ก็คือ มิตรภาพและความประทับใจ ที่เกิดขึ้นในกิจกรรมครั้งนี้  ทีมงานวิชาการดอทคอมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า  น้อง ๆ ทุกคนจะจดจำความประทับใจของกิจกรรมค่ายชวนน้องภาคใต้  ขึ้นดอยดูดาว ครั้งที่ ๒ นี้ และนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันต่อไปค่ะ

 

ดูรูปกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10151966458625358.1073741829.205230200357&type=3

ดูกิจกรรมอื่นๆ ได้ที่ http://www.vcharkarn.com/study/camp

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet